ทำยังไงให้มีเงินเก็บมากขึ้น

การออมเงิน ควรเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตประจำวันของทุกคนที่ขาดไม่ได้ หากต้องการมีอนาคตทางการเงินที่ดี เราควรเริ่มวางแผนการเก็บออมตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยหรือตั้งแต่วันแรกที่ทำงาน ซึ่งสามารถวางแผนการเก็บเงินควบคู่กับการวางแผนอนาคตทางการศึกษาหรืออาชีพในฝัน เช่น เรียนต่อปริญญาโท สร้างธุรกิจส่วนตัว ปลูกบ้าน ฯลฯ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องการมีเงินเก็บมากขึ้น มาดูกันว่าจะมีเทคนิคอะไรบ้าง 1.เจียดเงินรายได้ 10 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์มาเก็บไว้หากเป็นวัยเรียน เราอาจได้ค่าขนมจากพ่อแม่ หรือหากวัยทำงานก็ได้เงินเดือนหรือรายวัน ซึ่งควรหักไว้ 10-30% เสมอสำหรับเข้าบัญชีออมทรัพย์ แต่หากต้องการมีเงินออมมากขึ้น ก็ต้องทำงานเสริมอีก เช่น รับจ้างเสิร์ฟในร้านอาหาร รับเขียนบทความออนไลน์ ทำงานแอดมินเพจช่วยดูแลเว็บ หรืองานใดที่สุจริตและตามความสามารถที่เราถนัด ฯลฯ จะทำให้เก็บออมเงินต่อเดือนได้มากขึ้นอีกหลายพันบาทต่อเดือน 2.ไม่สร้างหนี้ตั้งแต่อายุน้อยหลายคนผิดพลาดในชีวิตด้วยการสร้างหนี้สินแบบไม่ทันระวังตัว เช่น การรูดบัตรเครดิต ซื้อกระเป๋า รองเท้า ที่มีมูลค่าสูงเกินกว่ารายได้ที่เข้ามา จึงต้องจ่ายขั้นต่ำและเสียดอกเบี้ยให้แก่ธนาคารเจ้าของบัตรเครดิตนานหลายเดือน บางคนเมื่อเรียนจบก็อยากมีบ้านและรถยนต์เป็นของตัวเอง ทำให้สร้างหนี้ที่ผูกพันยาวนานนับสิบปีขึ้นมาได้ ดังนั้นควรอดทนรอให้มีความพร้อมมากที่สุดจึงค่อยวางแผนการเป็นหนี้ข้อนี้ 3.ศึกษาเรื่องการลงทุนให้ไวที่สุดแม้การลงทุนจะมีความเสี่ยง แต่ก็มีอยู่หลายระดับที่เราสามารถเลือกได้ เช่น กองทุนตราสารหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าฝากประจำ นับเป็นการลงทุนที่ความเสี่ยงต่ำ นอกจากนี้ ในปัจจุบันเราสามารถซื้อกองทุนต่าง ๆ ได้แม้มีเงินหลักร้อยบาท ขอเพียงมีความรู้อย่างถูกต้องว่าควรซื้อสินทรัพย์แบบไหนที่จะมีมูลค่าสูงขึ้นเรื่อย ๆ และมีความเสี่ยงในระดับที่เรายอมรับได้ ยิ่งศึกษาและลงทุนให้เป็นเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งสร้างฐานะได้เร็วมากขึ้นเท่านั้น […]

รู้ได้อย่างไรหากน้องแมวที่บ้านของเราป่วย สัตว์เลี้ยงป่วยมีวิธีสังเกตอย่างไร

คุณเคยสังเกตพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงบ้างหรือไม่ แมวที่บ้านของคุณจากที่มีนิสัยร่าเริง กินเก่ง แต่วันหนึ่งแมวของเราต่างไปจากเดิม คุณจะรู้ได้อย่างไร เพราะมันไม่สามารถสื่อสารออกมาเป็นคำพูดให้มนุษย์เข้าใจได้ จึงไม่สามารถบอกได้ว่าตอนนี้มันกำลังป่วย หรือไม่สบายตัว แต่ถึงแม้ว่าพวกมันจะพูดไม่ได้ แต่มันสามารถสื่อสารให้มนุษย์เข้าใจด้วยลักษณะท่าทางของมัน เราจะสังเกตได้อย่างไรหากแมวที่บ้านป่วย แมวเป็นสัตว์สันโดษชอบเก็บตัว แต่ในขณะเดียวกันพวกมันก็ชอบอยู่กับเจ้าของและชอบคลอเคลีย มีความน่ารักน่าชัง ซุกซน กินเก่ง และชอบนอนเป็นที่สุด ถ้าหากว่ากิจวัตรของแมวคุณยังเป็นแบบนี้แน่นอนว่ามันยังสบายดี ไม่ป่วยไข้ แต่วันใดที่แมวของคุณแปลกออกไป ให้คุณสงสัยไว้เลยว่าพวกมันอาจจะป่วยและต้องการความช่วยเหลือจากคุณอยู่ แล้วเรามีวิธีสังเกตจากอะไรได้บ้างมาดูกัน 1.กิจวัตรของน้องแมวต่างไปจากเดิมวิธีง่าย ๆ สังเกตว่าแมวป่วย คือ ให้สังเกตจากพฤติกรรมของเจ้าเหมียว เดิมทีที่เป็นแมวซุกซน กินเก่ง และนอนเก่ง แต่มาวันนี้แมวคุณเปลี่ยนไปเป็นแมวที่ง่วงซึม หงอย นอนทั้งวัน เข้าไปแหย่ ไปเล่นด้วย แต่พวกมันก็ไม่เล่นด้วยกับคุณ ให้นึกไว้ก่อนเลยว่าพวกมันอาจจะป่วยอยู่หรือเปล่า 2.การกินไม่เหมือนเดิมแมวขึ้นชื่อเรื่องกินเก่ง ใคร ๆ เขาก็รู้กัน แต่มาวันนี้พฤติกรรมการกินของเจ้าเหมียวเปลี่ยนไป กินน้อย แม้ว่าจะเป็นอาหารสุดโปรดก็เถอะ แต่ถ้าหากพวกมันป่วยก็จะแค่มาดม ๆ กลิ่นแล้วก็ไปนอนซึมเหมือนเดิม ถ้าหากเป็นแบบนี้แน่นอนว่าสัตว์เลี้ยงของคุณต้องป่วยอยู่แน่ ๆ 3.ขนไม่สวยเหมือนเดิมแมวเป็นสัตว์ที่รักสวยรักงาม พวกมันจะเลียขนอยู่ตลอดเวลา ขนของพวกมันจึงสะอาด นุ่ม น่าลูบไล้ แต่ถ้าเจ้าเหมียวมีอาการไม่ปกติ […]

แจกสูตรขนมหวาน 5 ชนิดทำจากไมโครเวฟได้ไม่ง้อเตาอบ

กักตัวอยู่บ้านอย่าให้เหงา เราต้องหากิจกรรมที่สร้างสรรค์ทำกันหน่อย ถ้าให้ดีควรเป็นกิจกรรมที่ทำแล้วได้ประโยชน์ในวันข้างหน้าด้วย อย่างเช่นทำขนมหวานที่ทำจากไมโครเวฟได้ไม่ต้องใช้เตาอบ นอกจากอิ่มท้องแล้ว เผลอๆ ยังกลายเป็นอาชีพเสริมได้ด้วย มีขนมอะไรบ้างไปดูกันเลย 1.บราวนี่ (Brownie) นำดาร์กช็อคโกแลตและเนยเค็ม 60 กรัมละลายในไมโครเวฟ 30 วินาที ผสมแป้งสาลี 45 กรัม ไข่ 1 ฟอง น้ำตาลทราย 80 กรัม และเกลือ ¼ ช้อนชา ตีให้เข้ากันจนขึ้นฟู ก่อนนำดาร์กช็อคโกแลตกับเนยที่ละลายไว้มาคนให้เข้ากัน ต้องระวังไม่ให้แป้งเกาะกันเป็นเม็ด เมื่อเนื้อแบทเทอร์เข้ากันดีแล้วให้ใส่ช็อคโกแลตชิพ 50 กรัม ลงไป เทส่วนผสมทั้งหมดลงในถาดที่รองกระดาษไขก่อนนำเข้าไมโครเวฟ 3 นาที ที่ความร้อน 150 องศา ก็จะได้น้องบราวนี่มาชิมอย่างอร่อย ๆ แล้ว 2.เฟรนช์โทส (French Toast) ละลายเนยสด 100 กรัม โดยนำเนยตัดใส่ในแก้วก่อนเข้าไมโครเวฟไม่เกิน 10 วินาที แล้วหั่นขนมปังชิ้นเล็ก ๆ ใส่ลงไป […]

สิงห์บลูส์ แผนสูง ! หวังส่ง “ซูม่า” สลับตัวกับ “กูนด์” จากทีม เซบีญ่า

เชลซี สโมสรดังของพรีเมียร์ลีกได้มีข่าวว่า พวกเขากำลังเจรจากับสโมสร เซบีญ่า เกี่ยวกับข้อตกลงในการแลกตัวนักเตะกับทาง จูลส์ กูนด์ กองหลังทีมชาติฝรั่งเศสมาอยู่กับทีม กองหลังชาวฝรั่งเศสรายนี้ มีความเต็มใจที่จะได้ย้ายไปเข้าร่วมงานกับทีม เชลซี แต่ว่าทาง เซบีญ่า ก็ยังคงไม่คิดที่จะลดค่าตัวของเซ็นเตอร์แบ็กรายนี้ โดยพวกเขาได้ปักป้ายค่าตัวที่เหมาะสมของกองหลังรายนี้เอาไว้ด้วยเช่นกัน GOAL ได้กล่าวว่าพลพรรค “เดอะ บลูส์” ได้เสนอตัวของ เคิร์ต ซูม่า กองหลังทีมชาติฝรั่งเศสให้ย้ายสลับตัวกับ กูนด์ แต่ก็ยังไม่มีการตอบรับกลับมาจากฝั่งของ เซบีญ่า ว่าพวกเขาจะเล่นด้วยหรือไม่กับดีลนี้ กูนด์ ในวัย 22 ปี ยังเป็นเป้าหมายในการเสริมทัพของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยเช่นกัน แต่พวกเขาสามารถถอนตัวออกจากการยื่นข้อเสนอครั้งนี้ได้เช่นกัน หลังจากที่พวกเขาจ่อที่จะได้เซ็นสัญญากับ ราฟาเอล วาราน ปราการหลังชาวฝรั่งเศสจาก เรอัล มาดริด มาอยู่กับทีม กูนด์ ลงเล่นในแคว้นอันดาลูเซียเมื่อฤดูกาลที่แล้วไปมากมายถึง 33 นัดรวมทุกรายการจากสถิติย้อนหลัง ผลบอลสด 888 แต่ว่าน่าเสียดายที่เขาไม่ได้แชมป์สักรายการกับ เซบีญ่า ในฤดูกาลที่ผ่านมา และจากนั้นเขาก็เป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติฝรั่งเศสไปทำศึกในยูโร 2020 แต่น่าเสียดายที่ฝรั่งเศสจอดแค่รอบ […]

3 วิธีดูแลสภาพจิตใจให้แข็งแรงพร้อมเริ่มต้นวันใหม่

ไม่ว่าจะเป็นใครก็คงต้องเคยพบเจอกับปัญหาชีวิตด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเล็กหรือปัญหาใหญ่ทั้งหมดก็ล้วนแล้วแต่ทำให้เรามีความทุกข์ใจ มีความเศร้าหมองได้ไม่มากก็น้อย สิ่งที่จะช่วยฟื้นฟูเยียวยารักษาจิตใจนอกเหนือไปจากการแก้ปัญหาต่าง ๆ ให้ดีขึ้นแล้ว การดูแลสภาพจิตใจให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้นก็ถือเป็นสิ่งสำคัญที่เราไม่ควรมองข้าม วันนี้เราจะมาแนะนำถึง 3 วิธี ดูแลสภาพจิตใจให้แข็งแรงพร้อมเริ่มต้นวันใหม่ไปพร้อม ๆ กัน แต่ละวิธีทำได้ทันที ง่าย ๆ ดังนี้ 1.การทำความเข้าใจกับสาเหตุของปัญหาก่อน ดูว่าปัญหานั้น ๆ เกิดขึ้นมาเนื่องจากอะไร ถ้าเกิดจากตัวเรา จะมีวิธีไหนที่จะปรับปรุงแก้ไขให้ปัญหานั้น ๆ หมดไปและดีขึ้นได้บ้าง ถ้ามีก็ให้รีบลงมือทำเพื่อเปลี่ยนแปลงแก้ไขสิ่งผิดให้เป็นสิ่งที่ถูกต้องและไม่ทำสิ่งนั้น ๆ อีก เพื่อให้ผลกระทบที่เกิดจากปัญหานั้นเบาบางลง แต่ถ้าหากว่าสาเหตุของปัญหานั้นเกิดจากบุคคลอื่นที่เราไม่สามารถไปแก้ไขปรับเปลี่ยนอะไรได้ ให้เราพยายามหลีกเลี่ยงสถานการณ์ต่าง ๆ ไม่เปิดโอกาสที่จะให้เกิดปัญหาขึ้นได้อีก เราก็จะมีความโล่งใจและสบายใจมากยิ่งขึ้น เรื่องทุกข์ต่าง ๆ ก็จะค่อย ๆ จางลงไป 2.การตั้งมั่นกับตัวเองว่าเราจะทำในสิ่งที่ถูกต้อง ทำในสิ่งที่เหมาะสม ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน ไม่เบียดเบียนใคร ไม่ทำให้ใครต้องรู้สึกอึดอัด ไม่สบายใจเพราะเรา เมื่อเราได้ตั้งมั่นด้วยจิตดังกล่าวแล้ว สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงไปก็คือจิตใจของเราจะมีความเมตตาต่อสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น มีความเข้าใจต่อการเป็นไปหลาย ๆ อย่าง ไม่เกิดอารณ์โกรธ อารมณ์ขุ่นมัว ความรู้สึกหงุดหงิดรำคาญใจก็จะหายไปด้วย […]

ปรับท่าทางในชีวิตประจำวัน เสริมภาพลักษณ์ให้โดดเด่นและสุดปัง

เราคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า ท่าทางต่าง ๆ ในการนั่งการยืนที่ถูกต้องเหมาะสม มีส่วนในการเสริมสร้างภาพลักษณ์และปรับบุคลิกภาพต่าง ๆ ให้ดูดีขึ้น ในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เราต้องไปพบเจอกับผู้หลักผู้ใหญ่ เจ้านาย ลูกค้า นัดประชุม การคุยงาน หรือสถานการณ์สำคัญต่าง ๆ ที่เป็นพิธีการ ซึ่งบางครั้งเราก็อาจจะวางท่วงท่าจัดระเบียบร่างกายได้ยังไม่เหมาะสมเท่าไหร่นัก การเรียนรู้ที่จะปรับท่าทางสรีระต่าง ๆ ให้สวยงามและเหมาะสมจึงเป็นสิ่งที่ได้ประโยชน์แน่นอน ทั้งบุคลิกที่ดีน่าเชื่อถือ และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจได้ด้วย เรามาเริ่มต้นกันที่ท่าทางการนั่ง ซึ่งเป็นท่าทางที่เรามักจะลืมตัวและปล่อยให้ร่างกายอยู่ในท่วงท่าที่ไม่สวยงาม เช่น การนั่งเอนหลังที่มากเกินไป ตัวงอ ไหล่ห่อไปทางด้านหน้า ช่วงคอยื่น คางยื่น เป็นต้น ท่าทางการนั่งที่สวยงามและเสริมสร้างภาพลักษณ์ให้ดูดีคือการนั่งหลังตรง ไม่งอหลัง ช่วงอกผายออกเล็กน้อย ยืดตัวขึ้น ข้อศอกงอ เหยียดได้ตามปกติ หน้าตรง ไม่ก้มหรือแหงนหน้า สามารถนั่งติดพนักพิงหรือห่างออกมาจากพนักพิงเล็กน้อย เพื่อให้มีช่องว่างในการโน้มลำตัวหรือการเอนหลัง ขยับร่างกายได้เมื่อต้องนั่งเป็นระยะเวลานาน ๆ ในส่วนของขาควรที่จะกางขาแต่พองาม ไม่กว้างจนเกินไป หรือถ้าหากใครไม่ได้มีปัญหาเรื่องอาการปวดขาต่าง ๆ สามารถที่จะนั่งขาชิดกัน โดยเอนไปทางด้านใดด้านหนึ่งก็เป็นท่าทางที่มีความสวยงาม ทั้งในเวลาที่มองจากทางด้านหน้า ด้านข้างและด้านหลัง ลำดับต่อมาคือการปรับท่าทางการยืน อย่างที่เรามักสังเกตได้ว่าเวลาที่เรายืนนาน ๆ […]

เราจะมีวิธีจัดการความเครียดในชีวิตประจำวันได้อย่างไรบ้าง

ปัญหาความเครียดในยุคไวรัส covid-19 ระบาด เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน ซึ่งมีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จากการที่เราเห็นในข่าวว่ามีการใช้ความรุนแรงในครอบครัว หาทางออกด้วยการใช้ยาเสพติด หรือทำร้ายตัวเองในรูปแบบต่าง ๆ หากคุณเริ่มมีความเครียด มาดูกันว่าจะมีวิธีการบริหารจัดการอย่างไร เพื่อให้ความเครียดลดน้อยลงและไม่นำไปสู่ปัญหาร้ายแรงต่าง ๆ ตามมา 1.ฝึกสติคุณสามารถเรียนรู้การฝึกสติได้ง่าย ๆ จากการดูคลิปธรรมะบนช่องยูทูปมากมาย ที่มีผู้เชี่ยวชาญสอนให้รู้ลมหายใจเข้าออก การทำวิปัสสนากรรมฐาน ซึ่งสามารถทำได้จากที่บ้านในชีวิตประจำวัน เริ่มเรียนรู้จากวันละเล็กละน้อยจะทำให้คุณมีความคล่องแคล่วในการตามดูจิต ซึ่งจะทำให้ความเครียดสะสมลดน้อยลงได้ 2.ออกกำลังกายมีการวิจัยพบว่าการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอวันละ 30 นาที จะช่วยให้ระบบฮอร์โมนปรับสมดุล มีการหลั่งสารที่สร้างความสุข ลดความเครียด อันเป็นความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งและความดันได้อีกด้วย โดยคุณสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยการกระโดดเชือก เดินวิ่งในบริเวณบ้าน เต้นแอโรบิก ฯลฯ จะได้ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ ที่ดียิ่งขึ้น หากทำต่อเนื่องได้ 1-2 เดือนขึ้นไป 3.การโทรสายด่วนสุขภาพจิตการที่เครียดอยู่กับตัวเองคนเดียวโดยไม่มีผู้รับฟังหรือทางระบายออก จะทำให้คุณมีความเครียดสะสมมากยิ่งขึ้น วิธีที่จะแก้ปัญหาได้ดีคือการโทรศัพท์หาผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมจะรับฟังและให้คำแนะนำอย่างมืออาชีพ นั่นก็คือสายด่วนของกรมสุขภาพจิต ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการฝึกอบรมช่วยให้คำแนะนำและประเมินว่าคุณนั้นมีความเครียดมากอยู่ในระดับใด จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์หรือใช้ยาเพื่อลดความเครียดหรือไม่ คุณจะได้รับการแนะนำจากเจ้าหน้าที่อย่างดีที่สุด 4.หางานอดิเรกทำการมีงานอดิเรกช่วยให้คุณเห็นคุณค่าในตัวเองมากขึ้น เพียงเลือกงานที่ช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย เช่น การถักไหมพรม วาดรูประบายสี เล่นกับสัตว์เลี้ยง […]

เก็บเงินไม่ได้ อยากออมเงินทำอย่างไรดี แนะ 4 วิธีออมเงินให้ได้เงินก้อน

เข้าปีใหม่แล้ว หลายคนที่ตั้งใจจะเก็บเงินมาตั้งแต่ต้นปีก่อน จนกระทั่งเวลานี้ก็ยังเก็บเงินไม่ได้อย่างที่ตั้งเป้าไว้สักที เลยถือโอกาสมาแบ่งปันวิธีการเก็บเงินในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้คนที่ตั้งใจจะเก็บออม ได้มีไอเดียในการเก็บออมของตัวเอง ปีใหม่จะได้เริ่มต้นเก็บออมเงินใหม่ รับรองว่า 4 วิธีออมเงินนี้ ทำได้ไม่ยาก ถ้าทำตามคำแนะนำทุกวัน รับรองมีเงินก้อนตอนสิ้นปีอย่างแน่นอน เลือกเก็บออมธนบัตรที่ชื่นชอบวิธีการเก็บเงินที่ค่อนข้างได้รับความนิยมมากที่สุด เห็นจะเป็นการเก็บแบงค์ 50 ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่จำเป็นต้องเก็บเฉพาะแบงค์ 50 เพียงชนิดเดียว เราอาจจะเก็บแบงค์ใหม่ แบงค์ 20 หรือแบงค์ 100 ก็สามารถทำได้ แต่ด้วยแบงค์ 50 เป็นธนบัตรที่มีมูลค่ากลาง ๆ ไม่ต่ำหรือสูงเกินไป การแบ่งเอามาเก็บวันละ 50 บาทนั้น ไม่ได้ทำให้รู้สึกขัดสนมากนัก จึงทำให้หลายคนเลือกที่จะเก็บเป็นแบงค์ 50 มากกว่าแบงค์อื่น เมื่อไหร่ที่ได้รับธนบัตรแบงค์ 50 มา ก็ต้องเก็บไว้หยอดกระปุกทันที ห้ามใช้เป็นอันขาด เก็บแบบนี้ตลอดปีรับรองว่ามีเงินออมหลักหมื่นอย่างแน่นอน บังคับให้ตัวเองหยอดกระปุกเงินออมทุกวันวิธีง่าย ๆ ไม่ต้องคิดมาก คือการบังคับตัวเองให้หยอดกระปุกเงินออมทุกวัน บางคนบังคับว่าต้องหยอดวันละ 20 บาท 1 ปีจะทำให้เรามีเงินออมมากถึง 7,300 บาทเลยทีเดียว […]

ไขความกระจ่าง ประคบร้อน ประคบเย็น ใช้ต่างกันอย่างไร

เชื่อว่าหลายคนคงจะยังจำกันร่องรอยบาดแผลอันเกิดจากถึงวีรกรรมอันแสนซุกซนในสมัยที่ยังเป็นนักเรียน ซึ่งสร้างรอยแผลเป็น อาการบาดเจ็บ จากการหกล้ม ฟกช้ำดำเขียวไปจนถึง อาการปวดบวม แผลถลอก แผลแตก เป็นต้น และเมื่อเกิดอุบัติเหตุเหล่านี้ สิ่งแรกที่เราทุกคนได้พบเจอนั่นคือห้องพยาบาล ซึ่งเรื่องน่ารู้ที่เราจะมาแนะนำกันในวันนี้จะพาเราย้อนไปไขความกระจ่างในหลักการพิจารณาว่าอาการบาดเจ็บแบบไหนควรใช้วิธีประคบร้อนหรือประคบเย็น เพื่อจะได้เป็นพื้นฐานในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ในยามที่เราพบเจอหรือประสบเหตุการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที การประคบร้อนหรือประคบเย็นเป็นวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อบรรเทาอาการปวด บวม อักเสบ อันเกิดจากการเป็นไข้หรือได้รับบาดเจ็บในชีวิตประจำวัน การเดินทาง การฝึกซ้อมหรือเล่นกีฬา ซึ่งมีหลักการพิจารณาเบื้องต้นดังนี้ เมื่อมีอาการบาดเจ็บเฉียบพลันร่วมกับอาการบวมแดง ปวดศรีษะ ปวดฟัน เป็นไข้ เลือดกำเดาไหล หรือมีอาการเคล็ดขัดยอก ควรเลือกใช้วิธีประคบเย็น เพราะว่าการประคบเย็นนั้น ช่วยให้เส้นเลือดหดตัวและทำให้เลือดออกน้อยลง วิธีการประคบเย็น ควรทำทันมีเมื่อมีอาการหรือได้รับบาดเจ็บ ภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง โดยทำความสะอาดบริเวณดังกล่าวด้วยน้ำสะอาดหรือแอลกอฮอล์ล้างแผล ใช้เจลเย็นหรือถุงพลาสติกใส่น้ำแข็งผสมน้ำเปล่าเล็กน้อยห่อผ้าขนหนู ประคบตรงบริเวณโดยรอบนาน 20-30 นาที โดยเฉลี่ยวันละ 2-3 ครั้ง ในกรณีที่หกล้มหรือเกิดอาการบาดเจ็บ ปวดเมื่อยหรืออักเสบบริเวณกล้ามเนื้อ คอ บ่า หลัง ข้อ เข่า น่อง ปวดประจำเดือน […]

รวมมาให้แล้ว 3 ซีรีส์เกาหลีแห่งปี 2020 ที่คอซีรีส์ไม่ควรพลาด

สมัยก่อนเวลาอยากดูซีรีส์ยอดนิยมจากฝั่งเกาหลี เชื่อว่าทางเดียวของทุกคนนั้นคือรอให้สถานีโทรทัศน์ซื้อลิขสิทธิ์ฉายในช่องฟรีทีวีเท่านั้น แต่ปัจจุบันด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้คอซีรีส์ไทยสามารถดูซีรีส์เกาหลีได้ง่ายขึ้น แถมบางเรื่องยังออนแอร์ไปพร้อมกับประเทศเกาหลีไม่ต้องรอนานเมื่อก่อน โดยสามารถติดตามผ่านเทคโนโลยี Streaming ทั้งแบบฟรีและแบบที่เสียค่าบริการรายเดือน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ซีรีส์ดังจากเกาหลียังครองใจคอซีรีส์ไทยได้อย่างต่อเนื่อง แต่ในปี 2020 จะมีซีรีส์เรื่องไหนมาแรงบ้างนั้น วันนี้เรามีคำตอบมาฝาก 1.Crash Landing on Youตำแหน่งซีรีส์เกาหลียอดนิยมแห่งปี 2020 นั้นก็หนีไม่พ้นเรื่อง Crash Landing on You จากช่อง tvN ความดังของซีรีส์เรื่องนี้ต้องยกเครดิตนักแสดงนำ อย่างสาวสวยซนเยจินและหนุ่มฮยอนบินที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์สหายผู้กองฟีเวอร์ในเกาหลีและไทย บวกกับเนื้อเรื่องน่ารักระหว่างสาวสวยเกาหลีใต้ที่เกิดอุบัติเหตุและติดอยู่เขตแดนของเกาหลีเหนือกับทหายหนุ่มเกาหลีเหนือที่คอยช่วยเหลือนางเอกให้กลับประเทศ จนเกิดเป็นความรักขึ้น บอกเลยว่าใครที่ชอบซีรีส์แนวโรแมนติกนิด ๆ ดราม่าหน่อย ๆ แต่ก็ยังมีคอมมาดี้ให้ได้หัวเราะกัน ห้ามพลาด Crash Landing on You อย่างเด็ดขาด 2.A World of Married Coupleสำหรับใครที่ชอบดูละครไทยแนวเมียน้อยเมียหลวงเป็นทุนอยู่แล้ว บอกเลยว่าต้องรักซีรีส์เรื่อง A World of Married Couple ละครสุดแซ่บแห่งปีที่ส่งให้ ‘ฮันโซฮี’ ผู้รับบท ยอดาคยอง ภรรยาน้อยสุดสวยที่ทำให้คนทั้งเมืองหมั่นไส้ […]