ของใช้รักษ์โลกยุค 2020 มีอะไรบ้าง

การรณรงค์ให้ทุกคนรักสิ่งแวดล้อม นอกจากเรื่องการประหยัดการใช้พลังงานกลุ่มน้ำมัน และหันมาใช้พลังงานลมและน้ำแทนแล้ว ยังมีเทรนด์การใช้ของในชีวิตประจำวันที่มีส่วนช่วยในการทำให้โลกน่าอยู่ได้มากขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ช่วยลดมลพิษของสิ่งแวดล้อมและลดขยะ ได้แก่ 1.ใช้ปิ่นโตพกพาทุกที่ปิ่นโตเป็นภาชนะที่อยู่คู่กับคนไทยมานาน ในยุคปัจจุบันมีผู้ผลิตดีไซน์แบบให้เก๋ทำจากพลาสติกและโลหะที่ทนความร้อนได้สูง สามารถนำเข้าไมโครเวฟอุ่นพร้อมรับประทานทันทีด้วย คุณสามารถใส่กับข้าวของคาวของหวานแยกชั้นกันได้โดยไม่เปลืองพื้นที่จัดเก็บ ไม่ต้องหาจานชามสำหรับรับประทานอย่างการซื้อใส่ถุงพลาสติก เราจึงขอเชิญชวนให้ทุกท่านหันมาใช้ปิ่นโตกันมากขึ้น 2.ใช้กล่องข้าวชานอ้อย ย่อยสลายง่ายการใช้กล่องข้าวที่ทำจากชานอ้อยอ้อยเป็นที่นิยมมากขึ้น โดยชานอ้อยเป็นของเหลือจากธรรมชาติที่ปลอดภัยในการทำภาชนะใส่อาหาร ปัจจุบันมีหลายรูปทรง ทั้งสี่เหลี่ยม หรือทรงกลม หลังใช้งานแล้วจะใช้เวลาย่อยสลายเพียง 45 วัน เรียกว่าย่นระยะเวลาจากการย่อยสลายกล่องโฟมและพลาสติกที่ใช้เวลาประมาณ 500 ปีได้ ที่สำคัญ มั่นใจได้ว่าไม่มีโลหะหนักหรือสารเคมีตกค้างในอาหารแน่นอน 3.ใช้หลอดดูดน้ำจากพืชจากปัญหาเม็ดนาโนพลาสติกที่เกิดการสะสมลงในดินและแหล่งน้ำ รวมไปถึงมหาสมุทรต่าง ๆ เป็นอันตรายต่อสัตว์ทะเลและมนุษย์ ในระยะหลังจึงมีร้านอาหารหลายแห่งทั้งในและต่างประเทศให้บริการหลอดดูดน้ำที่ทำจากกระดาษ ก้านผัก หรือไม้ไผ่แปรรูป ซึ่งจะมีการย่อยสลายตัวได้เองอย่างรวดเร็วภายใน 2-3 เดือน นอกจากให้ความสวยงามดูเก๋แปลกตาแล้ว ยังช่วยลดขยะพลาสติกได้อย่างเป็นรูปธรรม 4.ใช้ถุงใส่ของทำจากมันสำปะหลังนวัตกรรมการผลิตถุงพลาสติกแบบใหม่ จะใช้มันสำปะหลังเข้ากระบวนการแปรรูป ซึ่งมีประสิทธิภาพการใช้งานสูงไม่ต่างจากวัตถุดิบกลุ่มพลาสติก สามารถใส่อาหารได้ทั้งร้อนเย็น เป็นการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและทำให้ราคาสินค้ากลุ่มมันสำปะหลังเพิ่มสูง เป็นการสร้างอาชีพให้แก่เกษตรกรด้วย ทั้งนี้ ถุงที่ทำจากมันสำปะหลังนั้นจะย่อยสลายได้อย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาเพียง 6 เดือน โดยไม่เกิดสารตกค้างใด ๆ 5.ใช้ใบไม้ทำภาชนะใส่ขนมหวานการใช้ใบตอง ใบต้นจาก ทำกระทงเป็นที่นิยมมานาน สังเกตได้จากขนมตาล ขนมตะโก้ […]

เทคนิคการอ่านภาษาอังกฤษให้ได้คะแนนสูง

หลายคนอาจคิดว่าการทำข้อสอบภาษาอังกฤษนั้นอาจใช้เวลาในการทำข้อสอบนาน แต่สำหรับการทำข้อสอบที่เป็นการอ่านบทความหรือที่เราเรียกว่า passage นั้นมีเทคนิคในการทำข้อสอบเพื่อให้ประหยัดเวลาในการทำข้อสอบไปได้เยอะเลยทีเดียว ซึ่งเทคนิคที่ว่านี้มีทั้งหมด 4 วิธีด้วยกัน ว่าแต่จะมีอะไรบ้างนั้นเรามาดูกันเลยดีกว่า 4 วิธีประหยัดเวลาในการทำข้อสอบ Scanning เป็นวิธีหาข้อมูลจากจากคำหรือข้อความที่ปรากฏบนเนื้อหา เช่น ตัวเลข ชื่อ เวลา โดยเวลาทำข้อสอบคุณสามารถกวาดสายตาไปในแต่ละบรรทัดแบบไม่ต้องอ่านทั้งหมด เพียงแค่หาคำหรือข้อความที่ต้องการให้เจอแล้วใช้ข้อมูลส่วนนั้นมาตอบคำถาม ซึ่งวิธีนี้เหมาะกับการตอบคำถามที่ถามจากข้อมูลที่อยู่ในเนื้อหาอยู่แล้วโดยไม่ต้องวิเคราะห์เพิ่มเติม แต่คุณจำเป็นต้องทราบความหมายของคำศัพท์พอสมควร Skimming หากคุณต้องตอบคำถามที่ถามเกี่ยวกับใจความสำคัญหรือประเด็นบางอย่างที่อยู่ในเนื้อหา การอ่านแบบ Skimming เป็นวิธีที่จะช่วยให้คุณประหยัดเวลามากที่สุด โดยคุณสามารถอ่านเนื้อหาจาก 1-2 ประโยคแรก 1-2 ประโยคสุดท้าย หรือ 1-2 ประโยคตรงกลางของย่อหน้าก็สามารถได้ใจความสำคัญของเนื้อหาได้โดยไม่จำเป็นต้องอ่านเนื้อหาที่มีอยู่ในย่อหน้าทั้งหมด เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วใจความสำคัญของเนื้อหามักจะอยู่ในตำแหน่งดังกล่าวนั่นเอง Previewing คือการสำรวจข้อมูลแบบคร่าว ๆ ของเนื้อหาทั้งหมดก่อนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจริง ๆ คุณสามารถใช้วิธีนี้ด้วยการอ่านชื่อเรื่อง 2-3 ประโยคแรกของแต่ละย่อหน้า รวมถึง 2-3 ประโยคสุดท้ายของย่อหน้า โดยสังเกตคำศัพท์หรือข้อมูลบางอย่างที่ปรากฏอยู่บนเนื้อหาเอาไว้ และหากมีรูปภาพประกอบก็ให้ดูรูปภาพประกอบกับเนื้อหาที่มีอยู่ ซึ่งวิธีการนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจเนื้อหาหรือเรื่องที่กำลังจะอ่านมากยิ่งขึ้นและเหมาะกับการทำข้อสอบที่ค่อนข้างมีเวลาเหลือ เพื่อให้สามารถอ่านเนื้อหาทั้งหมดอย่างลึกซึ้งได้ Detailing ในการทำข้อสอบที่ต้องวิเคราะห์หรือตีความจากเนื้อหานั้น การใช้เทคนิคทั้ง 3 แบบด้านบนอาจไม่เพียงพอ โดยวิธีที่จะทำให้คุณตีความจากเนื้อหาได้ทั้งหมดคือการอ่านแบบ […]

เทคนิคการเลือกของขวัญให้โดนใจคนรับทุกเทศกาล

คนไทยนิยมให้ของขวัญกันในเทศกาลต่าง ๆ อยู่ตลอดทั้งปี ได้แก่ วันปีใหม่ วาเลนไทน์ สงกรานต์ วันเกิด คริสต์มาส ฯลฯ การมอบของขวัญให้แก่กัน ถือว่าเป็นการสร้างสัมพันธภาพที่ดีให้ยาวนาน และยังทำให้ผู้รับเก็บของที่ระลึกแทนความทรงจำได้ยาวนานด้วย มีเทคนิคอย่างไร ในการเลือกสิ่งของให้ถูกใจผู้รับได้ในทุกเทศกาล 1. เรียนรู้อุปนิสัยของผู้รับ คุณต้องรู้ก่อนว่าผู้รับสิ่งของนั้นเป็นคนมีอุปนิสัยแบบไหน เช่น ชอบงานศิลปะ มักจะชอบของขวัญที่เป็นแนว DIY หรือเป็นงานที่มีการเย็บปักถักร้อยแบบแฮนด์เมด ถ้าเป็นคนที่ชอบสะสมของสวยงาม คุณอาจมอบเครื่องประดับ เช่น แหวน สร้อยคอ กำไล หรือ ของแต่งบ้านที่มีความสวยงาม ก็จะสร้างประทับใจมากยิ่งขึ้น 2. ให้ตามความหมาย ของขวัญบางชนิดมีความหมายเป็นสากลที่คนทั่วไปเข้าใจกัน เช่น การมอบดอกไม้ให้ในเทศกาลวันวาเลนไทน์ระหว่างคู่รัก จะมีการเลือกสีและจำนวนที่มีความหมายแตกต่าง เช่น ดอกกุหลาบสีขาวหมายถึงรักแท้ รักบริสุทธิ์, กุหลาบสีชมพู หมายถึงการบอกว่าผู้รับเป็นคนโรแมนติก อ่อนหวาน, ดอกกุหลาบสีแดง หมายถึงความรักที่มั่นคงนิรันดร์ ส่วนจำนวน ก็มีความหมายต่างกัน เช่น กุหลาบ 1 ดอก หมายถึง ความรักเดียวใจเดียว กุหลาบ […]